วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554
วันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ประวัติสุนัขพันธุ์ปัก (Pug )
ปัก เป็นสุนัขสายพันธุ์เก่าแก่พันธุ์หนึ่ง เป็นสายพันธุ์ที่มนุษย์ชมชอบมาตั้งแต่ 400 ปีก่อนคริสตกาล ที่มาของสายพันธุ์ปัก ยังเป็นปริศนา แต่ผู้รู้ทั้งหลายเชื่อว่า มีที่มาจากทางซีกโลกตะวันออก เพราะมีลักษณะพื้นฐานบางประการคล้ายกันกับสายพันธุ์ปักกิ่ง(Pekingese) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน และเป็นสัตว์เลี้ยงของราชวงศ์ธิเบต
ต่อมาปรากฏหลักฐานว่ามีสายพันธุ์ปักอยู่ที่ญี่ปุ่นและในยุโรป และเป็นที่โปรดปรานในราชสำนักต่าของยุโรปอย่างมาก เช่น ในฮอลแลนด์
ในฮอลแลนด์ ปัก กลายเป็นสุนัขประจำ Mouse of Orange เนื่องจากมีปักตัวหนึ่งช่วยชีวิตเจ้าชายวิลเลี่ยม
" Prince of Orange" ไว้ได้ เหตุเกิดในปี ค.ศ. 1572 โดยเตือนให้พระองค์รู้ว่าศัตรูกำลังเข้ามาใกล้ ดังนั้นบนหลุมศพของเจ้าชายวิลเลี่ยมที่ Delft Cathedral ยังมีรูปสลักของพระองค์โดยมีเจ้าปัก คู่พระทัยอยู่เคียงแทบพระบาท ปักได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับพระองค์มาตลอด ดังที่ปรากฏว่าเมื่อวิลเลี่ยมที่ 2 เดินทางมารับตำแหน่งพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษ พระองค์ได้นำข้าราชบริพาร ซึ่งก็รวมทั้งเจ้าปัก ตัวโปรดไปด้วย
ในฝรั่งเศสความนิยมสุนัขพันธุ์นี้เริ่มแพร่หลายในช่วงปี ค.ศ. 1790 เมิ่อโจเซฟิน ภรรยาของนโปเลียน ใช้ปักของเธอชื่อว่า ฟอร์จูน(Fortune) เป็นผู้นำสารจากเธอไปสู่ผู้เป็นสวามี ขณะที่เธอถุกคุมขังอยู่ที่ Les Carmes โดยใช้วิธีเขียนข้อความลงบนกระดาษแล้วพับสอดไว้ใต้ปลอกคอของสุนัข
มีเรื่องเล่ากันสืบมาว่า ฟอร์จูน เป็นสุนัขที่หวงเจ้าของมากเพราะว่ามันกัดนโปเลียนในคืนวันเข้าหอ หรือคืนวันแต่งงานกับโจซิฟิน
ที่มาของสายพันธุ์ปักนั้น มีคำอธิบายแตกต่างกันไปมากมาย เช่นว่า ที่ฮอลแลนด์เรียกมันว่า Mopshond แปลว่า บ่นที่เยอรมันเรียกว่า Mops และที่ฝรั่งเศสเรียกว่า Carlin แต่คำอธิบายที่ดูน่าจะใกล้เคียงที่สุด คือ ใบหน้าของสุนัขชนิดนี้คล้ายกับลิงชนิดหนึ่งที่ชื่อ marmoset ซึ่งลิงชนิดนี้ถูกเรียกว่า Pugs และเป็นสัตว์ที่นิยมเลี้ยงกันมากในช่วงต้นศตวรรษที่ 18 ดังนั้นเพื่อให้มีการแยกแยะสัตว์ทั้งสองชนิดนี้ได้ง่าย จึงเรียกสุนัขว่า Pug Dog และเรียกสืบต่อกันมาถึงทุกวันนี้
ในปี ค.ศ. 1860 ทหารอังกฤษบุกรุกพระราชวังอิมพีเรียลของจีน ในบรรดาทรัพย์สมบัติที่นำกลับไปอังกฤษ มีสุนัขปักและปักกิ่ง รวมอยู่ด้วย นับเป็นครั้งแรก(หลังจากต้นศตวรรษที่16) ที่มีการนำสุนัขจำนวนมากมายออกจากประเทศจีน ต่อมาในปีค.ศ.1886 ชาวอังกฤษสั่งซื้อ Black Pugs จากจีนแล้วนำมาแสดงที่อังกฤษเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้น 1 ปีคือในปี ค.ศ. 1885 สุนัขสายพันธุ์นี้ได้รับการยอมรับให้จดทะเบียนอยู่ในAmerican Kennel Club เรียบร้อยแล้ว
ปักเป็นสุนัขที่น่ารักและซื่อสัตย์ มันมีฉายาว่า Multum in Parvo ซึ่งเหมาะกับมันมาก ฉายานี้แปลว่า " a lot of dog in a small space" หรือ เหมือนมีสุนัขหลายตัวรวมอยู่ในเจ้าปักตัวเล็กๆ เพียงตัวเดียว ปักมีบุคคลิกลักษณะที่ดีเหมือนกับพร้อมจะแสดงอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้จะตัวเล็กแต่ก็ไม่ต้องการการเอาอกเอาใจมาก และแม้ใบหน้าดูเหมือนเป็นจอมขี้โกง แต่สำหรับผู้ที่คิดจะมีใจผูกพันกับมันแล้ว หน้าตาแบบนี้เองที่สามารถมัดใจไว้ได้ ไม่ว่าชายและหญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเด็กๆ อาจกล่าวได้ว่า ปักเป็นสุนัขที่เกิดมาเพื่อจะอยู่ใกล้ชิดกับมนุษย์และทำให้มนุษย์มีความสุข
ปักอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน บ้านสวน หรือแม้ในอพาร์ทเมนท์เล็กๆ เพราะมันเป็นสุนัขที่ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้ง่าย
มาตรฐานสายพันธุ์ Pug
ลักษณะทั่วไป ความสูงกับความยาวเท่ากัน ถ้าขาเก ขายาวเก้งก้าง หรือขาสั้นแต่ลำตัวยาวจะไม่รับพิจารณาให้เข้าประกวด
ขนาด สัดส่วนและโครงร่าง ขนาดเล็ก กะทัดรัด กล้ามเนื้อแข็งแรง ควรมีน้ำหนักตัวประมาณ 14 - 18 ปอนด์ (ทั้งตัวผู้และตัวเมีย) ส่วนโครงร่างต้องเห็นเป็นรูปสี่เหลี่ยม
หัว หัวใหญ่ กลม แลดูหนาหนัก กะโหลกกลมไม่มีรอยหยักหรือบุ๋ม
ตา สีเข้ม ตาใหญ่ กลมโปน ดวงตาเป็นประกาย สายตาแสดงออกถึงความอ่อนโยนและใจดี แต่ถ้าตื่นเต้นจะแสดงอารมณ์ทางสายตาอย่างมาก
หู สีดำ หูบาง เล็ก นุ่มเหมือนกำมะหยี่ หูของปั๊กมีสองแบบคือแบบ "กุหลาบ" และแบบ "กระดุม" (ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นยังไง เพราะในหนังสือไม่ได้อธิบายไว้) ส่วนใหญ่นิยมแบบ "กระดุม"กันมากกว่า
รอยย่น แต่ละรอยต้องใหญ่และลึก
ส่วนจมูกกับปาก สั้น มู่ทู่ เป็นรูปสี่เหลี่ยม ไม่เชิดขึ้น
การกัดงับ ฟันล่างครอบฟันบนพอดี ไม่เหยินออก
คอ แนวหลังและลำตัว คอโค้งนูนเล็กน้อย แข็งแรง หนา และกว้างเหมาะสมกับส่วนหัวที่ใหญ่และหนาหนัก หลังสั้นและเป็นแนวตรงจากจุดบรรจบระหว่างคอกับแนวหลัง ไปถึงโคนหาง หางตั้งอยู่สูง ม้วนงออยู่บริเวณสะโพก ถ้าหางม้วนสองรอบจะถือว่าเป็นลักษณะที่ดีมาก
ส่วนลำตัวสั้น กะทัดรัด อกกว้าง ซี่โครงกางออกพอดีกับขนาดของลำตัว
ลำตัวส่วนหน้า ขาหน้าแข็งแรงมาก ตรงลงมาอยู่ใต้ลำตัวและมีความยาวที่เหมาะสม เมื่อมองจากด้านข้างข้อศอกขาหน้าต้องอยู่ตรงลงมาจากจุดสูงสุดของไหล่พอดี ไหล่ลาดมาข้างหลังเล็กน้อย ข้อเท้าแข็งแรง เท้าไม่ยาว ไม่กลม นิ้วเท้ากางห่างกันเล็กน้อย ไม่ชิดติดกัน เล็บสีดำ นิ้วติ่งปกติจะตัดออก
ลำตัวส่วนหลัง แข็งแรง มีพละกำลัง เข่างอเล็กน้อย ข้อศอกขาหลังสั้น เมื่อมองจากด้านหลังขาทั้งสองขนานกัน ลำตัวส่วนหลังสมดุลกับลำตัวส่วนหน้า สะโพกมีเนื้อเต็มและมีกล้ามเนื้อแข็งแรง เท้าหลังมีลักษณะเช่นเดียวกันกับเท้าหน้า
ขน ขนเรียบ นุ่ม สั้น เป็นมันวาว ขนต้องไม่หยาบหรือหยิกฟู
สี สีเงิน สี apricot-fawn หรือสีดำ ถ้าเป็นสองสีแรกต้องเห็นแยกออกจากแต้มสีดำที่หู ที่จมูกกับปาก และที่แนวหลังอย่างชัดเจน
แต้ม มีแต้มสีที่เห็นได้อย่างชัดเจนบริเวณจมูกกับปาก แก้ม หู และหน้าผาก แต้มควรเป็นสีดำ ยิ่งดำเท่าไหร่ยิ่งดี ปั๊กมีแถบสีดำจากกระหม่อมยาวไปถึงหางด้วยเรียกว่า trace
การก้าวย่าง เมื่อมองจากด้านหน้าขาหน้าต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงซึ่งจะแสดงว่ามีข้อเท้าแข็งแรง เท้าชี้ตรงไปข้างหน้า ขาหลังแข็งแรง เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วและเป็นอิสระ ขาไม่เก ไม่บิด ขาหลังก้าวตามแนวเดียวกันกับขาหน้า
อารมณ์ อารมณ์มั่นคง ไม่หวือหวา ขี้เล่น ใจดี ซื่อสัตย์ ชอบออกไปวิ่งเล่นเดินเล่น ไม่ชอบอยู่กับที่เฉย ๆ
'ซัมซุง4G' บุกมะกันราคาไม่ถึง 100 เหรียญ
วันที่ : 23สิงหาคม 2554 เวลา 09.22 น.
วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ศักดิ์ศรี
พูดถึงเรื่องอัตตาตัวตนบางคนฟังไม่ถูก จึงขอพูดถึงอาการของอัตตาที่ค่อนข้างชัดเจน นั้นคือสิ่งที่เราเรียกว่าศักดิ์ศรี
เราควรจะดูตัวเองให้เป็นว่า
ศักดิ์ศรีของเราอยู่ตรงไหน
เพราะศักดิ์ศรีเป็นจุดอ่อนของเรา
เป็นทีเกิดของทุกข์
เพราะศักดิ์ศรีเป็นจุดอ่อนของเรา
เป็นทีเกิดของทุกข์
สิ่งใดก็ตามแม้แต่ขี้ปะติ๋ว
หากกระทบศักดิ์ศรีของเราเมื่อใดก็เป็นเรื่องเมื่อนั้นทันที
หากกระทบศักดิ์ศรีของเราเมื่อใดก็เป็นเรื่องเมื่อนั้นทันที
ถ้าเราเอาการรักษาศักดิ์ศรีเป็นเครื่องตัดสินว่า
เราจะทำหรือไม่ทำอะไรในชีวิต
เราควรจะระวังให้ดีว่า
เราควรจะระวังให้ดีว่า
เราผูกศักดิ์ศรีของเราไว้กับอะไรบ้าง
ตราบใดที่เรายังเป็นปุถุชนคงยังไม่พ้นความยึดมั่นในศักดิ์ศรี
แต่อย่างน้อยที่สุดเราควรจะพัฒนามัน
จนขึ้นอยู่กับการเป็นพุทธมามกะมากกว่าอย่างอื่น
แต่อย่างน้อยที่สุดเราควรจะพัฒนามัน
จนขึ้นอยู่กับการเป็นพุทธมามกะมากกว่าอย่างอื่น
การมีอัตตาหรือการเป็นชาวพุทธที่ดียังมีโทษอยู่
แต่สำหรับนักปฏิบัติธรรมอาจใช้ความรู้สึกในศักดิ์ศรี
มาหนุนกำลังความละอายต่อบาปในเบื้องต้น
และเป็นขั้นตอนที่จะนำไปสู่ความปลอดภัยในที่สุด
แต่สำหรับนักปฏิบัติธรรมอาจใช้ความรู้สึกในศักดิ์ศรี
มาหนุนกำลังความละอายต่อบาปในเบื้องต้น
และเป็นขั้นตอนที่จะนำไปสู่ความปลอดภัยในที่สุด
ทุกวันนี้เราเอาอะไรมาเป็นศักดิ์ศรีของตน ขอให้ดูให้ดี
เพราะถ้าไม่ระวังในเรื่องนี้ เดี๋ยวจะกีดกั้นความเจริญในธรรม
มัวแต่เป็นห่วงเรื่องมายา
คือเอาแต่กังวลเรื่องความรู้สึกของเขาต่อเรา อย่างนี้ก็ยุ่ง
เพราะถ้าไม่ระวังในเรื่องนี้ เดี๋ยวจะกีดกั้นความเจริญในธรรม
มัวแต่เป็นห่วงเรื่องมายา
คือเอาแต่กังวลเรื่องความรู้สึกของเขาต่อเรา อย่างนี้ก็ยุ่ง
ถ้าศักดิ์ศรีของเราขึ้นอยู่กับความมั่นใจว่า
เขารักเราจริง เขาเคารพเราจริง เขากลัวเราจริง ฯลฯ
อย่างนี้ไม่มีวันที่จะสงบได้
เราจะอ่อนไหวต่อการกระทำของคนอื่นตลอดเวลา
อย่างนี้ไม่มีวันที่จะสงบได้
เราจะอ่อนไหวต่อการกระทำของคนอื่นตลอดเวลา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)